.แนวคิดในการจัดตั้งโรงเรียนเทพสัมฤทธิ์ ในปี พ.ศ. 2502 รองศาสตรจารย์ ดร.จรูญ ทิตาทร ที่ได้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยวิชาการศึกษา
บางแสน หรือมหาวิทยาลับบูรพาในปัจจุบัน


...ต่อมาได้รับบรรจุ ให้เป็นอาจารย์สอนที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทา (มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา) ได้มีความสนใจในการจัดตั้งโรงเรียน
รา
ษฎร์์หรือโรงเรียนเอกชนเป็นอย่างมาก โดยมีวัตถุประสงค์ จะทำโรงเรียนราษฎร์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์โรงเรียนใหม่ ให้ดีมีคุณภาพ
เพราะ
เชื่อมั่นว่า
การจัดการศึกษา โรงเรียนเอกชนนั้นต่างจากโรงเรียนรัฐบาลที่ มีความคล่องตัวในการบริหารงานในทุกด้าน ทั้งด้านบุคคลากร
งบประมาณ
วัสดุอุปกรณ์ และการบริหารจัดการ การเลือกทำเลที่ตั้งโรงเรียนสถานที่ที่เลือกได้เหมาะสมที่สุดคือที่ดิน 6 ไร่ ห่างไกลถนน
ไม่มากนัก ไม่มีเสียงยวดยาน
รบกวน การคมนาคมสะดวกดี
....คือสถานที่ตั้งโรงเรียนเทพสัมฤทธิ์วิทยาอยู่ ซอยพัฒนา ถนนประชาราษฎร์ สาย 2 เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานครการก่อตั้งโรงเรียน
การขออนุญาตก่อตั้งโรงเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
ผู้ได้รับใบอนุญาต คือรองศาสตราจารย์ ดร.จรูญ ทิตาทร
แล้วก่อสร้างอาคาร 1 เป็นอาคารประถมศึกษา16 ห้องเรียน เปิดดำเนินกิจการในปีการศึกษา 2517 เป็นโรงเรียนประเภทสามัญศึกษา สังกัด
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) กระทรวงศึกษาธิการ ได้ขอนุญาตเปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
รองศาสตราจารย์ ดร. จรูญ ทิตาทร เป็นผู้ตั้งนามโรงเรียนเพื่อเป็นสิริมงคลแก่สถานศึกษา โดยใช้ชื่อว่า "เทพสัมฤทธิ์วิทยา" ซึ่งหมายความ
ถึง"เทพผู้ประ
สิทธิ์ประสาทวิชาความรู้"ท่านผู้อำนวยการได้นำชื่อบิดาของท่านคือ "ประทิตย์" ซึ่งหมายถึงเทพผู้ยิ่งใหญ่และมารดาของท่าน
ชื่อ"สัมฤทธิ์" มารวมกันเป็นชื่อโรงเรียนเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่โรงเรียนและนักเรียน อีกทั้งได้กำหนด คำขวัญเพื่อเป็นสิ่งเตือนใจผู้ปกครอง
บิดามารดา
บุตรหลาน และครูอาจารย์ไว้ว่า"พ่อแม่ให้ชีวิต เทพสัมฤทธิ์ให้การศึกษา"

.......ในระยะแรกเปิดดำเนินการ มีนักเรียน 260 คน ครู 18 คน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ส่งครูมาช่วยสนับสนุนการสอน
2 คน
มีอาคารเรียน 1 หลัง 16 ห้องเรียน ท่านผู้อำนวยการมีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้โรงเรียนเป็นสถานศึกษาสำหรับเยาวชนของชาต
มุ่งเน้น
ิให้นักเรียนมีพัฒนาการ 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และควบคู่ไปกับคุณธรรม จริยธรรม เพื่อเป็น
ทรัพยากรบุคคล
ที่มีคุณภาพของชาติ นอกจากนั้นท่านยังมีจุดประสงค์ อื่นๆดังต่อไปนี้
// ทำโรงเรียนให้เป็นบ้านหลังที่สอง

// ให้นักเรียนมีที่วิ่งเล่นเพียงพอ
// ให้มีอุปกรณ์การสอนที่สมบูรณ์ครบถ้วน ทันสมัย
// ครู อาจารย์ทุกคนมีวุฒิทางครู เป็นครูที่มีวิชาชีพที่สามารถ
// ให้มีนักเรียน...ดี สถานที่สะอาด โรงเรียนราษฎร์ชั้นนำ
การพัฒนาของโรงเรียนด้านต่างๆ ท่านผู้อำนวยการได้เนินการไปอย่างต่อเนื่อง มิได้หยุดนิ่ง แม้จะมีปัญหาและอุปสรรคนานัปการก็ตาม
การก่อสร้างอาคารเรียน 2-4 ชั้น ห่างกัน 2-3 ปี จากอาคาร 1 สร้างต่อไปถึงอาคาร 6 และสระว่ายน้ำมาตรฐาน 3 สระ 3 ขนาด ตลอดทั้ง
อาคารประกอบต่างๆ ครบถ้วนรวมทั้งสิ้น 6 อาคาร จำนวน 61 ห้องเรียน นับว่าเป็นโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร มีการพัฒนาโดยสม่ำเสมอ ดังนี้
พ.ศ. 2519 สร้างอาคาร 2 เป็นอาคารประถมศึกษา และมัธยมศึกษา รวม 18 ห้องเรียน แล้วต่อเติมเป็น24 ห้องเรียน
พ.ศ. 2521 สร้างอาคาร 3 เป็นอาคารประถมศึกษา รวม 8 ห้องเรียน
พ.ศ. 2522 สร้างอาคาร 4 เป็นอาคารประถมศึกษา รวม 8 ห้องเรียน
พ.ศ. 2524 สร้างอาคาร 5 เป็นอาคารประถมศึกษา รวม 6 ห้องเรียน
พ.ศ. 2530 สร้างสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน 3 สระ และอาคารประถม
พ.ศ. 2535 สร้างอาคาร 6 เป็นอาคารประถมศึกษา รวม 5 ห้องเรียน
พ.ศ.2536 – 2550 ได้ทำการซ่อมแซม ปรับปรุง และเพิ่มเติมห้องประกอบการเรียนการสอน
เช่น ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องสื่อการเรียนการสอน ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องวิทยาศาสตร์ ห้องดนตรีไทย ห้องดนตรีสากลห้อง
นาฏศิลป์ ห้องจินตคณิต ห้องเรียนภาษาอังกฤษ ห้องการงานพื้นฐานอาชีพ ฯลฯนับตั้งแต่ก่อตั้ง และเปิดทำการสอนนักเรียน เมื่อปีการศึกษา
2517 จนถึงปีการศึกษา 2550 โรงเรียนเทพสัมฤทธ์วิทยา มีอายุครบ 34 ปี ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น1,000 กว่าคนครู อาจารย์ 80 กว่าคน

รองศาสตราจารย์ ดร.จรูญ ทิตาทร เป็นผู้อำนวยการ
ดร.ฟองแก้ว ทิตาทร เป็นผู้จัดการ รองศาสตรจารย์สงวนสุทธิเลิศอรุณ เป็นผู้ช่วยผู้อำนาวยการ

และครูอาจารย์ทุกคน จบปริญญาตรีทางการศึกษาทั้งสิ้น โดยภาพรวมแล้วโรงเรียนเทพสัมฤทธิ์วิทยาเป็นโรงเรียนชั้นนำ เป็นโรงเรียน
ขนาดกลาง เป็นโรงเรียนที่มี นักเรียนมีระเบียบวินัยมีความประพฤติดี ครู อาจารย์ ขยัน เข้มแข็ง มีศักยภาพ
ในการสอน และรับผิดชอบดี

....

     
   
 
  พระพรหม
พระพรหม เป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งในหลายองค์ ที่มนุษย์กราบไหว้ เคารพ นับถือ พระพรหมเป็นผู้สร้างโลก สร้างมนุษย์ ตามตำนาน
คติความเชื่อที่เชื่อกันมาพระพรหมมี 4 พักตร์ 8 กร แต่ละกร ทรงถือจักร สังข์ คทา สร้อยประคำ คัมภีร์ แว่นขยายและคนโท
อีกกรว่าง ทรงมีพรหมวิหารธรรม 4 ประการ ได้แก่
1. เมตตา คือ ความรัก ความเอ็นดู ความปรานี ความปรารถนาให้สัตว์โลกพ้นทุกข์ อยู่กันอย่างสงบสุข
2. กรุณา คือ ความสงสาร ความปรารถนาให้สัตว์โลกเป็นสุข ช่วยเหลือเกื้อกูลทุกอย่าง
3. มุทิตา คือ ความพลอยยินดี ไม่อิจฉาขัดขวางความดีความงามของใคร มีแต่ส่งเสริมผู้ทำความดีให้สุขเจริญ
4. อุเบกขา คือ ความวางเฉย เมื่อเห็นสัตว์โลกประสบความทุกข์ยาก ตามกฎแห่งกรรมของสัตว์

   
  “พ่อแม่ให้ชีวิต เทพสัมฤทธิ์ให้การศึกษา”
  พ่อแม่ให้ชีวิต พ่อแม่เป็นผู้ใหญ่ ให้กำเนิดลูก พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก เป็นบรรพบุรุษเป็นต้นตระกูลของลูก เป็นพรหมร่มโพธิ์
ร่มไทร เป็นหลักยึด เป็นตัวอย่างแก่ลูก ทั้งพ่อและแม่เป็นผู้ให้ชีวิตหลายลักษณะแก่ลูก เช่นให้ชีวิต การกิน การอยู่ การนอน การเรียนขั้นพื้นฐานมีชีวิตพัฒนาการด้านต่าง ๆ ลูกก็เป็นชีวิตของพ่อแม่เช่นเดียวกันเทพสัมฤทธิ์ให้การศึกษา เทพสัมฤทธิ์วิทยา เป็นสถานศึกษาเอกชนระดับแนวหน้าแห่งหนึ่งในเมืองหลวง
เป็นห่วงชีวิต อนาคตของเยาวชนไทย ในเรื่องการศึกษา เพราะเด็กวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า จึงสร้างและจัดอาคารสถานที่เทพสัมฤทธิ์
เพื่อลูกศิษย์ ท.ส.ว. ได้ใช้บริการที่ดีได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากครูที่ดี ได้ส่งเสริมให้การศึกษาแก่บุตรหลานทุก รูปแบบอย่างทันสมัย
จนเป็นที่ศรัทธาไว้วางใจแก่ผู้ปกครอง และคนทั่วไปมานานจึงถึงปัจจุบัน
 

   
 
ฟ้า
เหลือง
 
  สีฟ้า หมายถึง สิ่งสูง มีค่าสูง เป็นสีของความรัก ความสุจริต ความเยือกเย็น
ความสุขุม และความอ่อนน้อม

สีเหลือง หมายถึง ความรุ่งเรือง ความร่มเย็น เป็นสีของพระพุทธศาสนา
ซึ่งแสดงถึงความเมตตา กรุณา ความมีศีลธรรม

เพราะฉะนั้น สี ฟ้า .... เหลือง จึงหมายถึง “คุณธรรมนำพาเกียรติยศ”
นั่นคือเมื่อมีคุณธรรมแล้วย่อมนำมาซึ่งเกียรติยศ ที่จะปรากฏนิรันดร
 
 

 

 
 
 
.................++ ต้นจามจุรี ++

จามจุรี เป็นไม้ยืนต้นที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ขึ้นได้ทุกสภาพดินฟ้าอากาศ เนื้อไม้อ่อนเป็นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา ใบเล็กรวมกลุ่ม
เป็นพุ่มหนาให้ร่มเงา ช่อดอกสีชมพูสวยงามจามจุรี มีใบสีเขียวชอุ่ม ให้ความสดชื่น กิ่งก้านสาขาแผ่เป็นร่มเงาให้ความร่มเย็นเสมือน
นักเรียนที่ร่าเริง สนุกสนาน และเรียนอย่างมีความสุข จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึงปลายภาคการศึกษา ใบและฝักจามจุรี จะย้ำเตือนให้
นักเรียนเตรียมตัวสอบปลายภาค เพราะต้นจามจุรีเป็นต้นไม้ที่สลัดฝักและใบในช่วงปลายปี จามจุรีเป็นไม้ยืนต้น เนื้อไม้อ่อน เป็น
สัญลักษณ์ที่แสดงถึงจิตใจที่อ่อนโยน และแสดงความเข้มแข็งอดทนในการศึกษาเล่าเรียนของนักเรียน อีกทั้งต้นจามจุรีเป็นต้นไม
้ที่เติบโตง่าย เปรียบเสมือนความเจริญก้าวหน้าของนักเรียนเมื่อสำเร็จการศึกษาไปแล้ว จะได้นำความรู้ที่ครู อาจารย์สั่งสอน ไปใช้
ให้เกิดประโยชน์ ทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตต่อไป




 
ติดต่อโรงเรียน โทร 0-2912-8888, ฝ่ายควบคุมรถโรงเรียน 089-1777427  หรือ กดที่นี่